5 ข้อเท็จจริงของ ฮาร์เล่ย์-เดวิดสัน ที่แม้แต่คนอเมริกันก็อาจไม่เคยรู้

แม้ว่าจักรยานยนต์ของ “ฮาร์เล่ย์-เดวิดสัน” จะไม่ได้มียอดขายมากเป็นอันดับหนึ่งของโลกแต่บริษัทก็สามารถรักษาความขลังและเอกลักษณ์ของแบรนด์ได้มาตลอด ถึงจะเคยมีช่วงเวลาวิกฤตจนยอดขายร่วงอยู่หลายครั้งแต่ก็ต่อสู้ฝ่าฟันมาได้ และกลายเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่มีคนรู้จักมากที่สุดในอเมริกา

หลายท่านคงได้อ่านประวัติของ “ฮาร์เล่ย์-เดวิดสัน” กันมามากแล้ว แต่ว่ามันก็ยังมีข้อเท็จจริงอีกหลายเรื่องที่ถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์เพื่อให้คนรุ่นหลังได้ศึกษากัน ไปอ่านกันเลย

 

5 ข้อเท็จจริงที่คนจำนวนมากไม่รู้

1.ในปี  ค.ศ.1916 นายพล ปานโช วิลลา ซึ่งเป็น ผู้นำกองทัพฝ่ายกบฏของประเทศเม็กซิโก ได้ยกพลโจมตีรัฐนิวเม็กซิโก ทำให้ประธานาธิบดี วูดโรว์ วิลสัน ส่งกองทหารจำนวน 5,000 คน มาที่ชายแดนเพื่อจัดการกับกองโจร โดยพวกทหารอเมริกันได้ขับจักรยาน “ฮาร์เล่ย์-เดวิดสัน” ไล่ต้อนพวกทหารฝ่ายกบฏซึ่งขี่แต่ม้าจนเป็นฝ่ายชนะการต่อสู้ครั้งนั้น

โดยก่อนหน้านี้ไม่เคยมีการเอาจักรยานยนต์มาใช้ในการรบมาก่อน แต่ด้วยความที่ในยุคนั้นจักรยานฮาร์เล่ย์ สามารถเดินทางได้เป็นระยะทาง 60 ไมล์ต่อชั่วโมง จึงสร้างความได้เปรียบกับพวกทหารชายแดนอย่างมาก โดยทางกองทัพยังดัดแปลงให้มีที่นั่งด้านข้างเพิ่มขึ้นมาสำหรับพลปืนอีกด้วย

 

2.มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ไม่มีใครอยากขับ “ฮาร์เล่ย์-เดวิดสัน” รุ่นสีเขียว ถึงแม้ว่าจะมีประวัติใช้งานในกองทัพก็ตาม แต่หลังจากช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา พวกนักแข่งรถกลับมองว่าสีของจักรยานรุ่นนี้จะนำโชคร้ายมาให้ แถมยังเชื่อว่าจักรยานที่ถูกเอามาขายเป็นของมือสองจากกองทัพและชำรุดเสียหายได้ง่าย

หลายคนเชื่อว่าสาเหตุที่แท้จริงน่าจะมาจากการที่ทีมนักแข่งรถที่ใช้ “ฮาร์เล่ย์-เดวิดสัน” มักพ่ายแพ้ให้กับทีมแข่งรถของประเทศอังกฤษอยู่เป็นประจำ ซึ่งทีมอังกฤษเองก็ใช้จักรยานยนต์สีเขียวด้วยเหมือนกัน นอกนั้นยังมีข่าวลือออกมาว่าการขับจักรยานสีเขียวเป็นเรื่องอันตรายเพราะสีจะกลมกลืนกับต้นไม้ทำให้เกิดอุบัติเหตุรถชนได้ง่ายขึ้น

 

3.ในปี ค.ศ.1969 บริษัท “ฮาร์เล่ย์-เดวิดสัน” ก็ต้องเจอปัญหาในการขายอีกครั้ง มีข่าวออกมาเกี่ยวกับการขายกิจการ , ต้องขายสินทรัพย์เพื่อเอาไปชำระหนี้ซึ่งไม่ดีต่ออนาคตของบริษัทเลย ในที่สุดบริษัท “American Machine and Foundry (AMF)” ก็เข้าซื้อบริษัทฮาร์เล่ย์-เดวิดสัน และลดจำนวนคนงานไปตั้งครึ่งนึง

AMF ไม่มีความคิดที่จะขยายแบรนด์จักรยานฮาร์เล่ย์เลยแม้แต่นิดเดียว ส่งผลให้คุณภาพสินค้าลดลงและยอดขายก็ตกลงมากเช่นกัน แต่ในที่สุดกลุ่มผู้ร่วมก่อตั้งบริษัททั้งหมด 13 คน ก็สามารถหาทุนมาซื้อบริษัทคืนไปได้

 

4.ในช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่งบริษัท “ฮาร์เล่ย์-เดวิดสัน” มีความสัมพันธ์เหนี่ยวแน่นกับกองทัพสหรัฐอย่างมาก โดยทางกองทัพได้ทำการสั่งซื้อจักรยานยนต์ไปประจำการมากถึง 15,000 คัน นอกนั้นทีมงานทั้งหมดยังต้องทำงานร่วมกันกับวิศวกรของกองทัพเพื่อให้ได้ยานพาหนะที่เหมาะกับสนามรบขึ้นมา ที่ตลกก็คือทางกองทัพไม่ยอมเอาพลังงานไฟฟ้ามาใช้กับหลอดไฟหน้า แต่เอาพลังงานแก๊สมาใช้แทน

 

5.ในปี ค.ศ.1975 มีสตั๊นแมนชื่อดังชื่อว่า “Evel Knievel” ทำลายสถิติโลกโดยใช้จักรยานของ ฮาร์เล่ย์-เดวิดสัน รุ่น “XR-750” ขับกระโดดข้ามรถที่จอดติดกันอยู่ 14 คัน แต่พอมาถึงปี ค.ศ.2008 สถิติของเขาก็ถูกทำลาย โดยสตั๊นแมนรุ่นใหม่ชื่อว่า “Bubba Blackwell” ซึ่งก็ใช้จักรยานรุ่น “XR-750” เช่นกัน หลังจากนั้น “Bubba” พยายามทำสถิติใหม่ด้วยการกระโดดข้ามรถยนต์ให้ได้ถึง 22 คัน แต่ไม่สำเร็จแถมยังได้รับบาดเจ็บสาหัสต้องอยู่ในโรงพยาบาลไปหลายเดือน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *